10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ทำ SEO ขั้นเทพ ดันเว็บติดหน้าแรก Google แบบไม่ต้องจ้างเอเจนซี่

แจกฟรี 10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ทำ SEO ระดับเซียน ช่วยคุณวิเคราะห์คีย์เวิร์ด วางโครงสร้างเว็บ และเขียนบทความให้ติดอันดับ Google ได้จริง อ่านเลย!

10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ทำ SEO ขั้นเทพ ดันเว็บติดหน้าแรก Google แบบไม่ต้องจ้างเอเจนซี่

10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ทำ SEO ขั้นเทพ ดันเว็บติดหน้าแรก Google แบบไม่ต้องจ้างเอเจนซี่

คุณเคยรู้สึกไหมครับว่า การทำ SEO หรือการทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่อันดับ 1 บน Google นั้น เป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนเหลือเกิน? ต้องมานั่งหาคีย์เวิร์ดทีละคำ ต้องเขียนบทความยาวๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีคนอ่านไหม แถมยังต้องมานั่งเดาใจ Google อีกว่าปีนี้เขาจะปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์อะไรบ้าง

ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ ผมมีข่าวดีมาบอกครับ โลกของการทำ SEO ได้เปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่วันที่ AI อย่าง ChatGPT ถือกำเนิดขึ้นมา มันไม่ใช่แค่เครื่องมือถามตอบธรรมดา แต่มันคือ "ผู้ช่วยอัจฉริยะ" ที่สามารถช่วยคุณวางแผนการตลาด เขียนเนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งได้ในเวลาไม่กี่วินาที

แต่เดี๋ยวก่อนครับ... หลายคนที่ลองใช้ ChatGPT แล้วอาจจะบ่นว่า "ทำไมเขียนออกมาแล้วดูแข็งๆ" หรือ "ข้อมูลที่ได้ไม่เห็นจะช่วยให้เว็บติดอันดับเลย" นั่นเป็นเพราะคุณอาจจะยังใช้คำสั่ง หรือ Prompt ChatGPT SEO ที่ยังไม่ละเอียดพอครับ

ในบทความนี้ ผมจะพาคุณไปเจาะลึก 10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ระดับสูง ที่คัดมาแล้วว่าใช้งานได้จริง ช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าจ้างเอเจนซี่หลักแสน และประหยัดเวลาทำงานจากเป็นสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่นาที ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลยครับ!


Prompt ChatGPT SEO คืออะไร? ทำไมถึงเป็นอาวุธลับของนักการตลาด

ก่อนที่เราจะไปดูคำสั่ง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนครับว่า Prompt ChatGPT SEO คืออะไร อธิบายง่ายๆ ให้เหมือนคุยกับเพื่อนก็คือ "ชุดคำสั่งพิเศษ" ที่เราเขียนขึ้นมาเพื่อสั่งให้ AI ทำงานด้าน SEO ให้เราโดยเฉพาะครับ

ปกติถ้าเราพิมพ์บอก AI ว่า "ช่วยเขียนบทความเรื่องรองเท้าให้หน่อย" AI ก็จะเขียนมาแบบกว้างๆ ทั่วไป ซึ่ง Google ไม่ค่อยชอบครับ แต่ถ้าเราใช้ Prompt ขั้นสูง ที่ระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น "เขียนบทความรีวิวรองเท้าวิ่งสำหรับคนเท้าแบน โดยเน้นคีย์เวิร์ด 'รองเท้าวิ่งเพื่อสุขภาพ' และใช้โทนเสียงที่จริงใจเหมือนเพื่อนแนะนำเพื่อน" แบบนี้ AI จะทำงานได้ตรงจุดและมีคุณภาพสูงกว่ามากครับ

ทำไมต้องใช้ Prompt?

  • ประหยัดเวลา (Speed): งานวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่มนุษย์ทำ 3 วัน AI ทำเสร็จใน 3 นาที
  • ไอเดียไม่ตัน (Unlimited Ideas): ช่วยคิดหัวข้อบทความใหม่ๆ ที่เราอาจนึกไม่ถึง
  • ลดต้นทุน (Cost Efficiency): ไม่ต้องจ้างคนเขียนบทความจำนวนมาก ก็สามารถผลิตคอนเทนต์คุณภาพได้

ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้ AI ทำ SEO

มีหลายคนกลัวว่า "ถ้าใช้ AI เขียนบทความ แล้ว Google จะแบนเว็บไซต์ไหม?" ผมขอตอบตรงนี้ชัดๆ เลยครับว่า "ไม่แบนครับ" แต่มีข้อแม้ว่า เนื้อหานั้นต้องมีประโยชน์กับคนอ่านจริงๆ

Google ไม่สนว่าใครเป็นคนเขียน จะเป็นคนหรือเป็น AI แต่เขาสนใจว่า "เนื้อหานั้นตอบโจทย์คนค้นหาได้หรือเปล่า" ถ้าคุณใช้ AI เขียนมั่วๆ หรือก๊อปวางโดยไม่อ่านทวน แบบนั้นอันดับร่วงแน่นอนครับ แต่ถ้าคุณใช้ Prompt ChatGPT SEO เพื่อสร้างโครงสร้างที่ดี แล้วคุณมาปรับแต่งสำนวน ใส่ประสบการณ์จริงเข้าไป แบบนี้ Google รักแน่นอนครับ


เจาะลึก 10 คำสั่ง Prompt ChatGPT ทำ SEO ขั้นสูง

นี่คือหัวใจสำคัญของบทความนี้ครับ ผมได้เตรียม 10 ชุดคำสั่งที่คุณสามารถ Copy & Paste ไปปรับใช้ได้ทันที รับรองว่าผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้คุณว้าวแน่นอน

1. คำสั่งวิเคราะห์ Keyword แบบจัดกลุ่ม (Keyword Clustering)

การหาคีย์เวิร์ดแบบเดิมๆ เราจะได้แค่รายการคำยาวๆ ที่ดูยาก คำสั่งนี้จะช่วยจัดกลุ่มคีย์เวิร์ดเพื่อให้คุณนำไปทำบทความได้ง่ายขึ้นครับ

"สวมบทบาทเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่มีประสบการณ์กว่า 10 ปี ฉันต้องการทำวิจัยคีย์เวิร์ดสำหรับเว็บไซต์ขาย [สินค้าของคุณ เช่น อาหารเสริมผู้สูงอายุ] ในประเทศไทย งานของคุณคือ: ระบุ คีย์เวิร์ดที่มีศักยภาพ (High Potential) จำนวน 30 คำ โดยแบ่งตาม Search Intent (เจตนาในการค้นหา) ได้แก่ Informational (หาข้อมูล), Commercial (เปรียบเทียบ), และ Transactional (ต้องการซื้อ) จัดกลุ่มคีย์เวิร์ดเหล่านี้เป็น Cluster (กลุ่มหัวข้อ) เพื่อใช้ในการวางโครงสร้างบทความ ประเมินความยากง่ายในการแข่งขันของแต่ละกลุ่ม ผลลัพธ์: ขอตารางแสดงผลที่มีคอลัมน์: Keyword, Search Intent, Cluster Name, และคำแนะนำในการทำคอนเทนต์"

2. คำสั่งสร้างแผนผังเว็บไซต์แบบผู้เชี่ยวชาญ (Topical Authority Map)

Google ชอบเว็บไซต์ที่ "รู้จริง" ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง คำสั่งนี้จะช่วยคุณวางแผนผังหัวข้อให้ครอบคลุมทั้งจักรวาลของสินค้านั้นๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือครับ

"ช่วยสร้าง Topical Authority Map (แผนผังความเป็นผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อ) สำหรับเว็บไซต์หัวข้อ [หัวข้อหลักของคุณ เช่น การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในคอนโด] เป้าหมายคือต้องการให้เว็บไซต์นี้ครอบคลุมทุกคำถามที่ผู้ใช้งานอาจสงสัย เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอันดับ 1 สิ่งที่คุณต้องทำ: แตกหัวข้อหลัก (Pillar Content) ออกมา 5 หัวข้อ ในแต่ละหัวข้อหลัก ให้ลิสต์หัวข้อย่อย (Sub-topics) หรือบทความสนับสนุน (Cluster Content) อย่างน้อย 5 บทความ อธิบายว่าบทความเหล่านี้ควรเชื่อมโยง (Internal Link) หากันอย่างไรเพื่อให้ Google เข้าใจโครงสร้างได้ดีที่สุด"

3. คำสั่งแกะรอยคู่แข่งและหาช่องว่างของเนื้อหา (Content Gap Analysis)

อยากชนะคู่แข่ง ต้องรู้ว่าเขาขาดอะไร คำสั่งนี้จะช่วยหาจุดที่คู่แข่งพลาดและเราเข้าไปเสียบแทนได้ครับ

"ฉันทำธุรกิจ [ธุรกิจของคุณ เช่น รับทำความสะอาดบ้านรายชั่วโมง] ในกรุงเทพฯ คู่แข่งส่วนใหญ่มักเขียนบทความแค่เรื่องราคาและโปรโมชั่น ช่วยวิเคราะห์หา Content Gap (ช่องว่างของเนื้อหา) ที่คู่แข่งอาจมองข้ามแต่ลูกค้าต้องการรู้มากๆ เงื่อนไข: เน้นหัวข้อที่ช่วยแก้ปัญหา (Pain Point) ของคนทำงานในเมือง เป็นหัวข้อที่สร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) ขอ 5 ไอเดียหัวข้อ พร้อมโครงร่างคร่าวๆ และเหตุผลว่าทำไมหัวข้อนี้ถึงจะดึงดูดลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่ง"

4. คำสั่งเจาะลึกความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า (Search Intent Insight)

การรู้แค่คีย์เวิร์ดไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่าคนค้นหาคำนั้นเพราะเขารู้สึกอย่างไร เพื่อที่เราจะได้เขียนได้โดนใจครับ

"วิเคราะห์ User Persona และ Search Intent ของคนที่ค้นหาคำว่า [คีย์เวิร์ดของคุณ เช่น วิธีแก้ปวดหลังจากการทำงาน] โดยให้ระบุรายละเอียดดังนี้: ปัญหาที่แท้จริง (Real Pain Point) ที่ไม่ใช่แค่ปวดหลัง (เช่น กลัวทำงานไม่ได้, กลัวเป็นโรคเรื้อรัง) สิ่งที่เขาคาดหวังจะเจอในบทความ (Format ที่ชอบ เช่น วิดีโอ, ขั้นตอนง่ายๆ, หรือคำแนะนำจากหมอ) อารมณ์และความรู้สึกขณะค้นหา (เร่งด่วน, กังวล, หรือแค่หาข้อมูล) เพื่อนำข้อมูลนี้ไปเขียนบทความที่เข้าอกเข้าใจผู้อ่านมากที่สุด"

5. คำสั่งเขียนโครงสร้างบทความแบบ Skyscraper (Outline Creation)

เทคนิค Skyscraper คือการสร้างตึกที่สูงกว่าคนอื่น หรือการทำเนื้อหาที่ดีกว่า ครบกว่าคู่แข่ง คำสั่งนี้จะช่วยวางโครงบทความให้สมบูรณ์แบบครับ

"ช่วยร่างโครงสร้างบทความ (Outline) สำหรับคีย์เวิร์ด [หัวข้อบทความ เช่น คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 2026] โดยใช้เทคนิค Skyscraper คือต้องละเอียดและดีกว่าบทความทั่วไปในหน้าแรกของ Google โครงสร้างต้องประกอบด้วย: หัวข้อหลัก (H1) ที่ดึงดูดใจ หัวข้อย่อย (H2, H3) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การเตรียมตัว, งบประมาณ, แผนการเดินทาง, การเดินทางในประเทศ, จนถึงแอพที่ควรมี สิ่งที่ต้องเพิ่มเข้ามาเพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่ง (เช่น แจกไฟล์ Excel แผนเที่ยว, คำศัพท์ที่จำเป็น) ส่วนสรุปและ Call to Action (CTA) เพื่อให้คนกดแชร์"

6. คำสั่งเขียนบทความให้น่าอ่านและมีความเป็นมนุษย์ (Natural Writing)

นี่คือคำสั่งปราบเซียนที่จะทำให้ AI เขียนงานออกมาไม่แข็งทื่อ อ่านแล้วลื่นไหลเหมือนคนเขียนจริงๆ ครับ

"เขียนบทนำ (Introduction) สำหรับบทความเรื่อง [หัวข้อของคุณ] ความยาวประมาณ 300 คำ Tone of Voice (น้ำเสียง): เป็นกันเอง เหมือนรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง ให้กำลังใจ แต่แฝงความจริงจัง เงื่อนไข: ห้ามใช้คำศัพท์วิชาการที่เข้าใจยาก หรือถ้าใช้ต้องมีคำแปล ใช้เทคนิค Storytelling เริ่มต้นด้วยปัญหาที่คนอ่านมักเจอ จบย่อหน้าด้วยการบอกว่าบทความนี้จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร ใช้ภาษาไทยที่สละสลวย มีคำเชื่อม (Transition words) อย่างเป็นธรรมชาติ"

7. คำสั่งสร้าง Meta Tags เพื่อเพิ่มยอดคลิก (CTR Optimization)

ติดหน้าแรกแล้วแต่คนไม่คลิกก็ไร้ค่า คำสั่งนี้ช่วยเขียนคำโฆษณาให้น่ากด เพื่อเพิ่มยอด Traffic เข้าเว็บครับ

"เขียน Meta Title และ Meta Description จำนวน 5 ตัวเลือก สำหรับบทความ [ชื่อบทความของคุณ] เงื่อนไข: Title ต้องมีความยาวไม่เกิน 60 ตัวอักษร มีคำว่า 'คุ้มค่า', 'อัปเดตล่าสุด' Description ความยาวไม่เกิน 150 ตัวอักษร ต้องมี Call to Action และกระตุ้นความอยากรู้ (Curiosity Gap) ใช้หลักจิตวิทยาในการเขียน เพื่อเพิ่ม Click-Through Rate (CTR) ให้สูงที่สุด"

8. คำสั่งสร้างคำถามที่พบบ่อยพร้อม Schema (FAQ Generation)

FAQ ช่วยให้บทความของเรามีโอกาสไปโชว์ในหน้าผลการค้นหาได้พื้นที่เยอะขึ้น และตอบโจทย์คนขี้สงสัยได้ดีครับ

"ลิสต์คำถามที่พบบ่อย (FAQ) จำนวน 6 ข้อ เกี่ยวกับหัวข้อ [หัวข้อบทความ] โดยคัดเลือกจากสิ่งที่คนมักถามใน Google (People Also Ask) หรือ Pantip สิ่งที่ต้องการ: คำถามที่ตรงจุด สงสัยจริง คำตอบที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ไม่เกิน 3-4 บรรทัดต่อข้อ เขียนรูปแบบคำตอบให้เตรียมพร้อมสำหรับการทำ Schema Markup เพื่อลุ้นติด Featured Snippet"

9. คำสั่งวางกลยุทธ์ลิงก์เชื่อมโยงภายใน (Internal Linking Strategy)

การทำ Internal Link หรือการส่งลิงก์หากันภายในเว็บ จะช่วยให้บอทของ Google เก็บข้อมูลได้ทั่วถึง และดันอันดับหน้าอื่นๆ ให้ขึ้นตามไปด้วยครับ

"ฉันมีบทความหลักเรื่อง [ชื่อบทความหลักของคุณ] ช่วยแนะนำไอเดียบทความสนับสนุน (Support Articles) จำนวน 5 หัวข้อ ที่ควรเขียนเพิ่มเพื่อทำ Internal Link ส่งพลังกลับมาที่บทความหลักนี้ พร้อมระบุว่า: Anchor Text (คำที่ใช้คลิก) ควรใช้คำว่าอะไรในแต่ละบทความ บทความสนับสนุนแต่ละเรื่องจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้บทความหลักในแง่มุมไหน"

10. คำสั่งตรวจสอบและปรับปรุงบทความเก่า (Content Audit & Refresh)

บทความเก่าคือขุมทรัพย์ครับ ถ้าเอามาปัดฝุ่นปรับปรุงใหม่ อันดับจะพุ่งไวกว่าเขียนใหม่ทั้งดุ้น คำสั่งนี้ช่วยเช็คว่าควรแก้อะไรบ้าง

"นี่คือเนื้อหาบทความเก่าของฉันเกี่ยวกับ [หัวข้อเก่าของคุณ] (วางเนื้อหาลงไปตรงนี้...) ช่วยทำหน้าที่เป็น Content Auditor วิเคราะห์และแนะนำวิธีปรับปรุงบทความนี้ให้กลายเป็น ฉบับอัปเดตปีปัจจุบัน และกลับมาติดอันดับ SEO อีกครั้ง สิ่งที่คุณต้องแนะนำ: ข้อมูลส่วนไหนที่ล้าสมัยและควรลบออก หัวข้อใหม่ๆ หรือเทรนด์ปัจจุบันที่ควรเพิ่มเข้ามา คีย์เวิร์ดใหม่ ที่กำลังเป็นกระแสในปีนี้ วิธีปรับหัวข้อให้น่าสนใจขึ้นสำหรับผู้อ่านยุคปัจจุบัน"

วิธีนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปปรับใช้ให้เห็นผลจริง

เมื่อได้ Prompt ChatGPT SEO ขั้นเทพไปแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อนรีบทำรวดเดียวนะครับ ผมแนะนำให้ทำตามสเต็ปนี้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:

Step 1: วางแผนให้แม่น (Planning) ใช้คำสั่งที่ 1 และ 2 เพื่อดูภาพรวมก่อนว่าเราจะเล่นคีย์เวิร์ดกลุ่มไหน และวางโครงสร้างเว็บยังไง อย่าเพิ่งรีบเขียนถ้ายังไม่มีแผนที่ครับ

Step 2: เจาะใจลูกค้า (Understanding) ก่อนเขียนทุกครั้ง ใช้คำสั่งที่ 3 และ 4 เพื่อดูว่าลูกค้ากำลังเจอปัญหาอะไร และคู่แข่งของเราพลาดตรงไหน เราจะได้เข้าไปเติมเต็มตรงนั้นครับ

Step 3: ลงมือเขียนและปรับแต่ง (Execution) ใช้คำสั่งที่ 5 และ 6 ในการร่างบทความและเขียนเนื้อหา จำไว้เสมอว่า AI เป็นแค่ผู้ช่วย เราต้องอ่านทวนและใส่ความเป็น "มนุษย์" ลงไปเสมอครับ

Step 4: ตรวจสอบและวัดผล (Audit) เมื่อผ่านไป 3-6 เดือน ให้ใช้คำสั่งที่ 10 กลับมาดูบทความเดิมๆ ว่าอันดับตกไหม แล้วใช้ AI ช่วยแนะนำวิธีปรับปรุงให้สดใหม่อยู่เสมอครับ


บทสรุปส่งท้าย

การทำ SEO ในยุคปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ว่าใครขยันเขียนมากกว่ากัน แต่วัดกันที่ว่า "ใครทำงานได้ฉลาดกว่ากัน" ครับ การใช้ Prompt ChatGPT SEO ที่ผมแนะนำไปทั้ง 10 ข้อนี้ จะเปรียบเสมือนคุณมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญส่วนตัวที่พร้อมทำงานให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนแพงๆ

อย่าลืมว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือ ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่ วิสัยทัศน์และการลงมือทำของคุณ ลองนำคำสั่งเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วคุณจะพบว่าการทำเว็บให้ติดหน้าแรก Google นั้น ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝันอีกต่อไป เริ่มต้นวันนี้ แล้วรอดูผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้เลยครับ!


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ใช้ ChatGPT เขียนบทความแล้วจะติดลิขสิทธิ์ไหม?

A: โดยทั่วไปเนื้อหาที่สร้างจาก AI ไม่ถือว่ามีลิขสิทธิ์ แต่คุณควรตรวจสอบความซ้ำซ้อน (Plagiarism) อีกครั้งเพื่อความสบายใจ และควรนำมาเรียบเรียงใหม่ในสไตล์ของคุณเองครับ

Q: Prompt ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดีกว่ากัน?

A: ถ้าคุณต้องการเขียนบทความภาษาไทย การใช้ Prompt ภาษาไทยก็สะดวกดีครับ แต่ถ้าต้องการความละเอียดและ Logic ที่ซับซ้อนมากๆ การใช้ Prompt ภาษาอังกฤษแล้วค่อยสั่งให้แปลเป็นไทย อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ฉลาดกว่านิดหน่อยในบางกรณีครับ

Q: ควรใช้ ChatGPT เวอร์ชันไหนทำ SEO?

A: แนะนำให้ใช้ GPT-4 หรือเวอร์ชันล่าสุดครับ เพราะมีความเข้าใจบริบทภาษาไทยและตรรกะที่ซับซ้อนได้ดีกว่าเวอร์ชันฟรี (GPT-3.5) อย่างเห็นได้ชัดครับ

Q: ต้องมีความรู้ SEO มากแค่ไหนถึงจะใช้ Prompt พวกนี้ได้?

A: ไม่จำเป็นต้องเก่งมากครับ เพราะ Prompt เหล่านี้ถูกออกแบบมาให้นำทางคุณอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเข้าใจพื้นฐานเรื่อง Keyword และ Search Intent บ้าง ก็จะยิ่งใช้งานได้สนุกขึ้นครับ

Q: ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผลลัพธ์หลังจากใช้สูตรนี้?

A: SEO คือเกมระยะยาวครับ โดยปกติจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Traffic ในช่วง 3-6 เดือน แต่ถ้าเนื้อหาคุณดีจริงและเจาะกลุ่ม Niche Market อาจเห็นผลได้เร็วกว่านั้นครับ

Q: คำสั่ง Prompt สามารถใช้กับธุรกิจบริการได้ไหม?

A: ได้แน่นอนครับ คำสั่งเหล่านี้ปรับใช้ได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นขายของออนไลน์ ธุรกิจบริการ ร้านอาหาร หรือบล็อกส่วนตัว เพียงแค่เปลี่ยนข้อมูลในวงเล็บ [ ] ให้ตรงกับธุรกิจของคุณครับ


อยากเรียนรู้เทคนิคการใช้ ChatGPT ขั้นสูงเพิ่มเติมไหม?

ไปดูคอร์สเรียน ChatGPT ระดับลึก ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นเซียน AI ได้ที่: ดูคอร์สเรียนทั้งหมดคลิกที่นี่

Categories: : ChatGPT Prompts